ปัญโญทัย

EN

หนังสือเกี่ยวกับวอลดอร์ฟ

สะพานสายรุ้ง

ขนาดรูปเล่ม:
14.5 x 21 ซม.
จำนวน 400 หน้า
ราคา 150 บาท

ในยุคสมัยใหม่ซึ่งปัจจัยต่างๆ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอย่างเหมาะสมของเด็ก ผู้ใหญ่เราจะรื้อฟื้นรังสรรค์สภาพแวดล้อมและวิถีที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กขึ้นมาได้อย่างไร เพื่อช่วยให้เขามีวัยเด็กเยี่ยงเด็ก พร้อมทั้งค่อยๆเรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกตามขั้นตอนที่ สอดคล้องกับธรรมชาติของวัย

เมื่อเด็กๆ เดินทางจากโลกแห่งจิตวิญญาณ ข้าม "สะพานสายรุ้ง"มาสู่โลกกายภาพ การโอบอุ้มประคับประคองและนำทางอย่างเหมาะสมจากผู้ใหญ่เราจะช่วยให้กระบวนการจุติของเขาเป็นไปอย่างมั่นคงราบรื่น

"สะพานสายรุ้ง" จึงมีขึ้นเพื่อนำเสนอ เผยแพร่ทัศนะที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาเด็กและครอบครัว ตลอดจนหลักการของรูดอล์ฟ สไตเนอร์ ผู้ให้แนวทางแก่โรงเรียนวอลดอร์ฟ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ที่ปัญโญทัย

ความจริงที่โลกเมิน

โดย นักเรียนม. 5 รร. ปัญโญทัย 2551

(พร้อมภาพประกอบสี่สีโดยนักเรียนผู้เขียนทั้งเล่ม)

ขนาดรูปเล่ม:
18 X 25 ซม.
จำนวน: 112 หน้า
ราคา 300 บาท

เป็นบันทึกประสบการณ์จากการแสวงหาบทเรียนในชีวิตจริงของผู้คนและสังคมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ท่ามกลางการเรียนรู้และค้นพบโลกนี้ เขาก็ได้เรียนรู้และค้นพบตนเองไปด้วย รายได้ทุกบาททุกสตางค์จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ (ไม่หักค่าใช้จ่าย) อุทิศแด่องค์กรที่ทำงานเพื่อสังคมทั้งหลายที่เขาได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ด้วย

บันทึกประสบการณ์ชีวิตจากการแสวงหาบทเรียนในชีวิตจริงของนักเรียนปํญโญทัยชั้น ม. 5 เพื่อเรียนรู้ความเป็นจริงในชีวิตผู้คนและสังคมในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ท่ามกลางการ เรียนรู้และค้นพบโลกนี้ เขาก็ได้เรียนรู้และค้นพบตนเองไปด้วย ได้ค้นพบความสุขจากการให้ มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคยมองข้าม สิ่งที่ตนมีอยู่ ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองว่า สามารถทำอะไรให้ผู้คนได้อีกมากมาย ตลอดจนเห็นแบบอย่างของผู้ที่พยายามทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นซึ่งช่วยให้เขาสำนึกว่าตนจะทำอะไรให้โลกใบนี้ได้บ้าง เพื่อให้ชีวิตมีคุณค่าสมกับที่เกิดมา

วอลดอร์ฟ

การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์

ขนาดรูปเล่ม
21 x 29 ซม.
จำนวน 88 หน้า
ราคา 250 บาท

หนังสือประกอบนิทรรศการ "วอลดอร์ฟ" ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่องค์การ UNESCO เจนีวา เป็นหนังสือที่ให้ภาพเกี่ยวกับหลักการศึกษาแนววอลดอร์ฟได้ครบถ้วนทุกแง่มุม มีภาพประกอบ 4 สีทั้งเล่ม แสดงถึงกิจกรรมและเครือข่ายของโรงเรียนวอลดอร์ฟต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก เขียนโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการศึกษาวอลดอร์ฟนานาชาติ

การแก้ปัญหาทั้งปวงทั้งหลายในสังคมโลก กล่าวให้ถึงที่สุดแล้วก็ต้องแก้ด้วยการบ่มเพาะปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องแก่อนุชนตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งก็คือการศึกษา ผลการวิจัยในนานาประเทศก็ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ผ่านการศึกษาจากโรงเรียนวอลดอร์ฟ มีค่านิยมและทักษะที่เอื้อต่อสมานฉันท์ในสังคมและการปกปักรักษาธรรมชาติมากกว่าผู้ที่ผ่านการศึกษาจากโรงเรียนอื่นๆ การศึกษาวอลดอร์ฟมีหลักคิดในด้านต่างๆ อย่างไร มีความเป็นมาและการนำไปใช้ในสภาพการณ์ที่แตกต่างหลากหลายทั้งทางภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และศาสนาอย่างไร สร้างภูมิต้านทานให้เด็กอย่างไร รายละเอียดมีอยู่ในหนังสือเล่มนี้

หัวเลี้ยวหัวต่อ

เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง

จาก Between Form and Freedom โดย Betty Staley

ขนาดรูปเล่ม
14.5 X 21 ซม.
จำนวน: 400 หน้า
ราคา 300 บาท

การเข้าใจสิ่งใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น จะช่วยให้เราเข้าใจสภาวะและสิ่งที่เขาเผชิญในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างการก้าวพ้นจากความเป็นเด็กไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ได้ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้ช่วยประคับประคองเขา นำทางเขาก้าวผ่านห้วงเวลาอันล่อแหลมนี้ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง พึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ติดอยู่ในกับของกระแสสังคม

วัยรุ่นเป็นวัยที่อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างการก้าวพ้นจากความเป็นเด็กไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ช่วงเวลาแห่งการก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นใหม่ สิ่งใหม่ๆ หลายมิติก่อเกิดขึ้นในตัวเขา อุดมคติ ค่านิยม และเป้าหมายในชีวิตของเราทุกวันนี้ ก่อเกิดขึ้นมาก็ในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่นนั่นเอง ความทรงจำถึงสิ่งที่เรากระทำไปในช่วงนั้น ยังคงอยู่กับเราที่เป็นผู้ใหญ่จนทุกวันนี้ ความคิดที่เราเคยใคร่ครวญ ผู้คนที่เราเคยชื่นชม ภาพที่เราเคยมีต่อตัวเอง ทั้งหมดนี้ดำรงอยู่ในบุคลิกภาพของเราที่เป็นผู้ใหญ่ การเข้าใจสิ่งใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจสภาวะของวัยรุ่นและสิ่งที่เขาเผชิญได้ดีขึ้น

ประสบการณ์อันยาวนานของ Betty Staley ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ผสานกับมุมมองอันล้ำลึกของรูดอล์ฟ สไตเนอร์ผู้ริเริ่มมนุษยปรัชญา จะช่วยให้เรารู้จักวัยรุ่นที่อยู่กับเราได้ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้ช่วยประคับประคองเขา นำทางเขาก้าวผ่านห้วงเวลาอันล่อแหลมนี้ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง พึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ติดอยู่ในกับของกระแสสังคม

สลัดเข็มฉีดยามาจับชอล์ก

ทำไมหมออย่างผมถึงต้องมาเป็นครู

โดย นพ. พร พันธุ์โอสถ

ขนาดรูปเล่ม:
14 X 20 ซม.
จำนวน: 400 หน้า
ราคา 100 บาท

จุดเริ่มต้นและความเป็นมาของปัญโญทัยเป็นอย่างไร หมอพรคิดอย่างไรจึงเปลี่ยนเส้นทางจากอาชีพแพทย์ที่มีเกียรติ รายได้ดี มาเสี่ยงสอนหนังสือเด็กๆ ด้วยแนวการศึกษาแบบใหม่ซึ่งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและยอมรับ จนถึงทุกวันนี้ปัญโญทัยเติบโตลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง ข้อสงสัยจะเป็นที่กระจ่างเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้

บางคนอาจจะเข้าใจว่าหมอนี่มาเป็นครูอะไร?

ถ้าเป็นครูสอนหมอ ก็คงไม่แปลก...

แต่ถ้าคุณรู้ว่า หมอคนนี้มาเป็นครูสอนเด็กอนุบาล เด็กประถม คุณจะว่าแปลกไหม!

อีกทั้งหนังสือเล่มนี้ยังเขียนโดยตัวคุณหมอเอง ไม่ซิ... ต้องเรียกว่าครู ครูที่เคยเป็นหมอ เนื้อเรื่องอ่านแล้วราวกับนิยายเรื่องหนึ่ง ที่ตัวละครมีตัวตนจริง มีเหตุการณ์จริงๆ เกิดขึ้น และกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ รอตัวละครใหม่ๆ มาเพิ่มเติมบทต่อๆ ไป

เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ แต่นี่เป็นบทเริ่มต้นของบันทึกสำหรับผู้ที่แสวงหามิติใหม่แห่งจิตวิญญานและความหมายของชีวิต มิใช่แค่เพียงมีชีวิตที่ถูกชักนำกำหนดด้วยกระแสภายนอกหรือเป็นไปตามธรรมดาชีวิตวันหนึ่งเท่านั้น

เราจึงเพียงหวังให้มีใครสักคนหรือหลายยยย....คน ได้อ่านบันทึกนี้ซึ่งไม่เพียงได้รับความเพลิดเพลินในการอ่านเรื่องราวที่เรียบเรียงด้วยถ้อยคำที่มี่ความงดงามของภาษา ในการถ่ายทอดโดยความสามารถส่วนตัวของคุณหมอเอง แต่ยังให้ความประทับใจในเรื่องราวเหล่านั้น และที่สำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่ให้แง่คิดที่มีคุณค่าต่อสังคมในยุคที่มีการตื่นตัวต่อการปฏิรูประบบต่างๆ ในทุกวันนี้

และหวังว่าท่าน... คงเป็นคนหนึ่งคนนั้น

บนหนทางแห่งความหมาย

ขนาดรูปเล่ม:
14.5 X 21 ซม.
จำนวน: 368 หน้า
ราคา: 300 บาท

"บนหนทางแห่งความหมาย" เป็นเรื่องราวการพัฒนาลูกศิษย์ผ่านหลักสูตรจากป. 1-ม. 2 เป็นเรื่องที่เล่าอย่างตรงไปตรงมา น่าประทับใจ มีชีวิตชีวา มีสีสัน ช่วยให้ผู้อ่านไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือนักการศึกษา มองเห็นสิ่งที่ดำเนินไปภายในห้องเรียนของโรงเรียนวอลดอร์ฟได้อย่างดี เหมาะสำหรับผู้พยายามทำความเข้าใจความหมายในทางปฏิบัติของความหยั่งรู้ซึ่งรูดอล์ฟ สไตเนอร์ให้ไว้เกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก

"บนหนทางแห่งความหมาย" ได้ฉายภาพให้เห็นถึงคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของความเป็นครูว่า ครูไม่เพียงแต่จะเป็นผู้พัฒนาสำนึกและความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเด็กผู้เป็นศิษย์ หากยังจะต้องพัฒนาสำนึกและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ในตัวครูเองขึ้นมาด้วย และมีแต่ครูผู้มุ่งมั่นจะพัฒนาสำนึกในตนเท่านั้น จึงจะสามารถบรรลุภารกิจซึ่งดร. รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ผู้ให้กำเนิดการศึกษาวอลดอร์ฟระบุไว้ว่า "วิริยภาพสูงสุดของเราจะต้องเป็นไปเพื่อพัฒนามนุษย์ผู้เป็นอิสระทางปัญญา สามารถกำหนดเป้าหมายและทิศทางของชีวิตได้ด้วยตนเอง"

ศิลปการสอนที่มีชีวิต

Teaching as a Lively Art

โดย Marjorie Spock

ขนาดรูปเล่ม:
14.5 X 21 ซม.
จำนวน: 215 หน้า
ราคา 220 บาท

โดย Marjorie Spock อดีตครูโรงเรียนวอลดอร์ฟผู้มีประสบการณ์สอนมานาน หนังสือเล่มนี้จะให้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการสอนในระดับประถมได้เป็นอย่างดี

ทุกวิชาในหลักสูตรวอลดอร์ฟเริ่มต้นและจบลงด้วยมนุษย์ การเรียนรู้เป็นโภชนาการหล่อเลี้ยงทั่วทุกส่วนของเด็ก กระบวนการจะผ่านทั้งหัวใจและมือ ควบคู่ไปกับสมอง เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจในมนุษย์และโลกที่ตนอาศัยอยู่

วัยเด็กคือช่วงเวลาที่มนุษย์เราจะผ่านการเตรียมตัวเพื่อไปมีส่วนร่วมในการแบกรับความรับผิดชอบต่อโลกร่วมกับเพื่อนมนุษย์ทั้งมวล การศึกษาคือมรรควิธีที่เราใช้เพื่อตระเตรียมเด็กไปสู่จุดนั้น ในยุคสมัยแห่งวัตถุนิยมและการแข่งขันดังปัจจุบัน เด็กถูกเร่งเร้าให้รีบเติบโต รีบก้าวสู่วัยผู้ใหญ่จนแทบไม่มีโอกาสได้เป็นเด็ก ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากนี้ วอลดอร์ฟยึดมั่นในความเคารพต่อธรรมชาติของเด็กเสมอมา และพยายามปกป้องวัยเด็กจากการคุกคามของมลพิษทางสังคมทุกรูปแบบมาโดยตลอด การศึกษาแนววอลดอร์ฟพัฒนาขึ้นมาจากการพินิจภาพของมนุษย์อย่างรอบด้านและถ้วนทั่ว การจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนเป็นไปจากความเข้าใจในธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก หลักสูตรจะคลี่คลายไปตามพัฒนาการของเด็ก สอดรับกับธรรมชาติของเด็กตลอดทุกช่วงวัย

หัวใจไม่เคยยอมแพ้

โดย พรหมสิษฐ์ ปราชญ์ธนานพ

ขนาดรูปเล่ม:
13 X 18.5 ซม.
จำนวน: 177 หน้า
ราคา 100 บาท

สิ่งสำคัญในการเรียนชั้นม. 6 คือการทำโครงงานในเรื่องที่สนใจ พรหมสิษฐ์ ปราชญ์ธนานพเลือกเรียนรู้ชีวิตคนพิการที่ไม่ยอมแพ้ต่อความบกพร่องทางกาย จนสามารถดูแลตัวเองและให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย มุมมองชีวิตที่พวกเขาถ่ายทอดให้ฟัง และการได้เห็นในมุมที่ต่างออกไป ทำให้ความคิดของพรหมสิษฐ์เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล เขาได้รวบรวมเรียบเรียงขึ้นมาให้สังคมได้รับรู้ และอุทิศรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้เพื่อทำประโยชน์แก่คนพิการ

สิ่งสำคัญในการเรียนชั้นม. 6 คือการทำโครงงานในเรื่องที่สนใจ พรหมสิษฐ์ ปราชญ์ธนานพเลือกเรียนรู้ชีวิตคนพิการที่ไม่ยอมแพ้ต่อความบกพร่องทางกาย จนสามารถดูแลตัวเองและให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย มุมมองชีวิตที่พวกเขาถ่ายทอดให้ฟัง และการได้เห็นในมุมที่ต่างออกไป ทำให้ความคิดของพรหมสิษฐ์เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล เขาได้รวบรวมเรียบเรียงขึ้นมาให้สังคมได้รับรู้ และอุทิศรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้เพื่อทำประโยชน์แก่คนพิการ

เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง

ขนาดรูปเล่ม:
14 X 21 ซม.
จำนวน: 142 หน้า
ราคา 130 บาท

อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อเลี้ยงร่างกายของเด็กฉันใด นิทานก็เป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเด็กฉันนั้น

"เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง" รวบรวมนิทานจากแหล่งต่างๆที่เหมาะสมสำหรับเด็ก โดยจัดแยกไว้ตามวัย พร้อมด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญและการใช้นิทานกับเด็ก

สำหรับเด็กเล็ก สาระที่เหมาะสมสำหรับวัยของเขาจึงเป็นเรื่องราวจากยุคสมัยที่อยู่ห่างไกลจากปัจจุบันมากที่สุด หาใช่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือสถานการณ์ปัจจุบันของโลกไม่ หากเป็นเรื่องราวดั้งเดิมที่สุดของมนุษย์ นั่นคือนิทานซึ่งเล่าขานถึงเส้นทางการพัฒนาตนของคนเรา และช่วยปูพื้นฐานความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็ก

นิทานมาจากห้วงลึกที่สุดของจิตมนุษย์ จึงเป็นวรรณกรรมที่เหมาะสมต่อความรู้สึกนึกคิดและหัวใจของเด็กมากที่สุด ชนิดที่ไม่มีวรรณกรรมอื่นใดเทียบได้ เป็นการนำปรีชาญาณทางจิตวิญญาณอันมั่งคั่งมาแสดงออกในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด

ขนาดรูปเล่ม:
15 X 21 ซม.
จำนวน: 154 หน้า
ราคา 130 บาท

เปิดประตูยามราตรี

โดย ชวิน โพธิวัชร

ขนาดรูปเล่ม:
13 X 18.5 ซม.
จำนวน: 130 หน้า
ราคา 100 บาท

ในการเรียนปีสุดท้ายที่ปัญโญทัย ชวิน ได้คัดสรรนิทานหลากหลายแนวจากชนชาติต่าง ๆ ของจีนมาแปลเป็นภาษาไทย รวบรวมเป็นเล่ม จัดพิมพ์เป็นโครงงานชั้นม. 6 นิทานในเล่มนี้เหมาะสำหรับเด็กระดับชั้นป. 2 ขึ้นไป

ในการเรียนปีสุดท้ายที่ปัญโญทัย ชวิน ได้คัดสรรนิทานหลากหลายแนวจากชนชาติต่าง ๆ ของจีนมาแปลเป็นภาษาไทย รวบรวมเป็นเล่ม จัดพิมพ์เป็นโครงงานชั้นม. 6 นิทานในเล่มนี้เหมาะสำหรับเด็กระดับชั้นป. 2 ขึ้นไป

สู่ความเป็นมนุษย์ผู้สร้างสรรค์

Toward Creativity and Humanity

ขนาดรูปเล่ม:
14 X 20 ซม.
จำนวน: 98 หน้า
ราคา 80 บาท

บันทึกคำบรรยายของโจน ออลมอน อดีตประธานร่วมสมาคมปฐมวัยวอลดอร์ฟแห่งทวีปอเมริกาเหนือ ขณะเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของ ปัญโญทัย สำหรับผู้สนใจแนวคิดพื้นฐานและกิจกรรมของโรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟ

จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย

แปลและเรียบเรียงจากการบรรยายของ Joan Almon อดีตประธานร่วมสมาคมปฐมวัยวอลดอร์ฟแห่งทวีปอเมริกาเหนือ

ถ้าต้องการให้ลูกศรพุ่งไปข้างหน้าก็ต้องเหนี่ยวสายธนูไปข้างหลัง การให้การศึกษาเด็กก็เช่นเดียวกัน หรืออาจเทียบได้กับหนอนผีเสื้อ เราไม่สามารถจะจับมันมาเด็ดปีกทิ้ง ต้องปล่อยให้มันทอใยมาห่อหุ้มร่าง อยู่ในสภาพดักแด้ไปจนกว่าจะถึงเวลาออกมาเป็นผีเสื้อโบยบินได้อย่างเสรี

ถ้าเราเคารพกฎเกณฑ์การพัฒนาของเด็ก เราก็จะให้เด็กเริ่มต้นอย่างช้าๆ ดุจเดียวกับดักแด้ เพื่อให้เด็กได้ผ่านประสบการณ์ช่วงปฐมวัยอย่างครบถ้วน แล้วจึงค่อยๆ เติบโตเป็นอิสระ เป็นปัจเจกชนที่ปีกกล้าขาแข็งพร้อมที่จะเผชิญกับโลกยุคใหม่

“ดิฉันคิดว่าเราทุกคนต่างก็ต้องการให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุดที่จะเป็นไปได้ พรั่งพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่ดีที่สุดของความเป็นมนุษย์อยู่ในตัว ซึ่งก็หมายความว่าเราต้องการให้เขาเป็นนักคิดที่ดี สามารถหาทางออกใหม่ๆ ให้แก่โลก ตลอดจนแก้ไขปัญหานานัปการที่มีอยู่ได้ เราต้องการให้เขามีจิตใจดีงาม เพื่อเขาจะได้สัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความรักความเมตตาอย่างแท้จริง เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ เอื้ออาทรต่อโลก รวมทั้งมีพลังเจตจำนงที่จะแปรความคิดดังกล่าวและความเอื้ออาทรเหล่านั้นมาสู่โลกแห่งการปฏิบัติได้ นี่คือความหมายของการเป็นคนเต็มคน...”

Paperback:
112 pages
Size: 14 X 20 cm.
Price: 80 Baht

อนุบาลวอลดอร์ฟ

ปฐมบทแห่งการเรียนรู้

จาก Early Childhood Education and the Waldorf School Plan

โดย Elizabeth M. Grunelius

ขนาดรูปเล่ม:
14 X 20 ซม.
จำนวน: 80 หน้า
ราคา 90 บาท

โดย Elizabeth M. Grunelius ผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟแห่งแรกขึ้นที่เมืองสตุทการ์ต ประเทศเยอรมนี และเป็นผู้บุกเบิกงานทางด้านอนุบาลของวอลดอร์ฟ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นประการหนึ่งในยุคสมัยของเราก็คือ ขณะที่ช่วงชีวิตของมนุษย์โดยเฉลี่ยแล้วยืนยาวขึ้นเรื่อยๆ ช่วงวัยเด็กกลับหดสั้นลงเรื่อยๆ ยิ่งนับวันระยะก่อนวัยเรียน ก็ยิ่งถูกมองด้วยแนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะใช้ช่วงเวลานี้เก็บรับข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ในภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดมากขึ้นทุกที โดยวิถีทางเลือกนี้เองที่เราได้เร่งให้เด็กก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น นี่คือการท้าทายที่สำคัญที่สุดต่อการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย

ที่โรงเรียนอนุบาลของรูดอล์ฟ สไตเนอร์ เรามิได้มุ่งหมายจะเร่งให้ดอกไม้แห่งการเรียนรู้ผลิช่อก่อนเวลาอันควร ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นที่นิยมชมชื่นปานใดก็ตาม เราใคร่จะก้าวข้ามความพึงพอใจเฉพาะหน้าเช่นนั้นไปเสีย และพุ่งความสนใจไปยังความดีงามในบั้นปลายของเด็ก ตลอดจนปกป้องวัยเด็กของเขาเอาไว้มากกว่า

รากฐานพัฒนาการชีวิต

งานและการละเล่นในช่วงปฐมวัย

จาก Work and Play in Early Childhood

โดย Freya Jaffke

ขนาดรูปเล่ม:
14 X 21 ซม.
จำนวน: 87 หน้า
ราคา 130 บาท

โดย Freyja Jaffke ครูอนุบาลผู้มีความจัดเจนและประสบการณ์ยาวนานในโรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟ ได้บรรยายถึงความสำคัญของงานและการเล่นต่อการให้การศึกษาและพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย

เด็กปฐมวัยอยู่ในภาวะไร้การปกป้อง จึงตกอยู่ใต้อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวอย่างเต็มที่ สิ่งที่ผู้ใหญ่เราสามารถกระทำได้เพื่อช่วยให้เด็กได้รับอิทธิพลที่ดีก็คือสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เด็ก ด้วยการตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเรา ตระหนักถึงวิธีที่เราทำงานต่างๆ … วิธีที่เราพูดคุยกับผู้อื่น ดูแลผู้อื่น วิธีที่เราสร้างและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเรา

เด็กจะสังเกตสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ แล้วสร้างแบบพฤติกรรมของตนตามตัวอย่างที่พบเห็นรอบตัว โดยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าไหนเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล ไหนเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล

ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของเด็ก จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กคนนั้นไปด้วย ใครก็ตามที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของเด็กจึงสมควรเรียนรู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไร เพื่อเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของเด็ก หรืออย่างน้อยก็ไม่ไปบ่อนทำลายสร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาของเด็ก

ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

ขนาดรูปเล่ม:
14.5 X 21 ซม.
จำนวน: 112 หน้า
ราคา 120 บาท

จากคำบรรยายของรูดอล์ฟ สไตเนอร์เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย ให้ความเข้าใจในระดับลึกซึ้งถึงแก่นแก่ผู้อ่านที่สนใจใคร่ขบคิด

โดยที่สาระของคำบรรยายลึกซึ้งและต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ จึงอาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับผู้ที่ใหม่ต่อแนวความคิดของสไตเนอร์ ผู้อ่านเล่มนี้จึงควรมีพื้นฐานมาก่อนพอสมควร

สิ่งต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในชีวิตภายภาคหน้า จะเกิดขึ้นในช่วงปีแรกๆ ของวัยเด็ก สิ่งใดก็ตามที่กระทำไปด้วยดีหรือไม่ดีต่อเด็กในระยะปฐมวัย จะปรากฏออกมาในผู้ใหญ่ในรูปของความสามารถหรือความบกพร่อง สุขภาพหรือโรคภัย เราจึงต้องตระหนักถึงสิ่งที่กระทำต่อเด็กในวัยนี้ให้ถ่องแท้ เพื่อจะได้ทำผิดต่อเด็กให้น้อยที่สุด ปัญญาญาณของดร. รูดอล์ฟ สไตเนอร์ที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจเด็กปฐมวัยได้ดีขึ้น เข้าใจถึงบทบาทภารกิจของเราที่มีต่อเขา ผลที่เกิดขึ้นอาจเปลี่ยนชะตากรรมของเด็กได้

ถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะจัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของครูอนุบาล แต่เนื้อหาสาระก็ให้ประโยชน์ต่อครูทุกระดับไปจนถึงประถมและมัธยมด้วย เนื่องจากแต่ละช่วงวัยต่างก็คาบเกี่ยวเชื่อมโยงส่งผลถึงกัน

การสั่งซื้อ

หากต้องการสั่งซื้อหนังสือ กรุณาติดต่อ waldorfthai@hotmail.com โดยระบุชื่อหนังสือและจำนวนเล่ม พร้อมทั้งแจ้งชื่อและที่อยู่สำหรับจัดส่งมาด้วย

หลังจากทราบราคาและค่าส่งแล้ว กรุณาชำระเงินโดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา Big C สุขาภิบาล 5 เลขที่ 025-7-01547-9 ชื่อ จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ